วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 15.30 น. ณ ห้องประชุมพระนเรศวรมหาราช (772) ชั้น 7 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ “ล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว” หลังตรวจพบความผิดปกติของการออกใบอนุญาตอาวุธปืนในพื้นที่อำเภอเมืองพิษณุโลก พบปืนที่หายออกจากระบบจำนวน 2,255 กระบอก ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงที่สุดในประเทศ โดยมี นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง กรมการปกครอง และนายพัชรพล มั่นปาน นายอำเภอเมืองพิษณุโลก ร่วมแถลงข่าว
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบูรณาการระหว่างกรมการปกครอง สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก สืบเนื่องจากการตรวจพบความผิดปกติของระบบอาวุธปืนของอำเภอเมืองพิษณุโลก โดยในช่วงปี 2563–2569 พบผู้ได้รับใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล (ป.3) แต่ไม่มีการนำใบอนุญาตดังกล่าวไปดำเนินการออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (ป.4) จำนวน 2,255 ฉบับ ซึ่งเป็นความผิดปกติที่พบในจำนวนสูงที่สุดของประเทศ และมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าอาจมีการปลอมแปลงเอกสารราชการหรือลายมือชื่อเจ้าพนักงานเพื่อใช้ในการจัดหาอาวุธปืนโดยมิชอบ
ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองได้เปิดปฏิบัติการ “ล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว” ตามหมายค้นศาลจังหวัดพิษณุโลก เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 3 จุด ในพื้นที่อำเภอเมืองพิษณุโลก ประกอบด้วยร้านจำหน่ายอาวุธปืนย่านประตูผี และบ้านพักผู้ต้องสงสัยในพื้นที่ตำบลปากโทกและตำบลงิ้วงาม เพื่อค้นหาอาวุธปืนที่หายออกจากระบบ ตลอดจนตรวจสอบเอกสารและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการออกใบอนุญาต ป.3
จากการสืบสวนพบข้อมูลว่า มีการนำรายชื่อประชาชนและผู้นำท้องที่กว่า 300 ราย ไปใช้ประกอบการขอใบอนุญาต ป.3 โดยผู้มีชื่อบางส่วนไม่เคยทราบเรื่องและไม่ได้ประสงค์จะซื้ออาวุธปืน ขณะเดียวกันยังพบกรณีการนำสำเนาเอกสารและลายมือชื่อไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า การตรวจพบความผิดปกติดังกล่าวถือเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของประชาชน จังหวัดพิษณุโลกพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของกรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินคดีเป็นไปตามกฎหมาย โดยไม่มีการละเว้น หากพบเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ด้าน พ.ต.ท.สิริพงษ์ กล่าวว่า ป.ป.ท. จะร่วมกับกรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขยายผลตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลอื่นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับกระบวนการดังกล่าวเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบผลกระทบจากอาวุธปืนที่อาจหลุดรอดออกจากระบบ หากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ขณะเดียวกัน ในการแถลงข่าวครั้งนี้ มีผู้เสียหายจำนวน 3 ราย ซึ่งถูกนำชื่อและเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในการออกใบ ป.3 โดยมิชอบ เดินทางมาแสดงตัวและยืนยันความบริสุทธิ์ต่อสื่อมวลชน โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้นำท้องที่และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการ และข้าราชการเกษียณอายุราชการ ซึ่งแต่ละรายพบว่ามีชื่อปรากฏในเอกสารการขอใบ ป.3 ตั้งแต่หลักหน่วยไปจนถึงหลายสิบกระบอก ทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขอซื้ออาวุธปืนดังกล่าว
นางเอมใจ สีสด ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ตำบลมะขามสูง หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อปี 2563 มีบุคคลมาสอบถามว่าจะซื้อปืนสวัสดิการหรือไม่ ก่อนขอสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านไปดำเนินการ โดยตนไม่ได้ประสงค์จะซื้อปืน ต่อมาเมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งว่าชื่อของตนปรากฏในการขอใบ ป.3 เพื่อซื้ออาวุธปืนสวัสดิการจำนวน 13 กระบอก จึงรู้สึกตกใจและตรวจสอบกับเพื่อนผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่อื่น พบว่ามีผู้ถูกนำชื่อไปใช้ในลักษณะเดียวกัน
ขณะที่ นายรักษ์ชัย แช่โค้ว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 ตำบลบึงพระ ผู้เสียหายอีกราย เปิดเผยว่า พบว่าชื่อของตนถูกนำไปใช้ขอใบ ป.3 เพื่อซื้ออาวุธปืนจำนวน 7 กระบอก รวมถึงมีการปลอมแปลงลายมือชื่อ ทั้งที่ตนไม่เคยดำเนินการและไม่ทราบว่าเอกสารส่วนบุคคลถูกนำไปใช้ได้อย่างไร จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและดำเนินการ เนื่องจากไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว
สำหรับการดำเนินคดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าปืนเถื่อน รวม 9 ราย ประกอบด้วย อดีตข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ 3 ราย ลูกจ้างส่วนราชการ 2 ราย ผู้ประกอบการร้านค้าอาวุธปืน 1 ราย และนายหน้ากระบวนการค้าปืนเถื่อน 3 ราย พร้อมเตรียมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตค้าอาวุธปืนตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างขยายผลถึงบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยยังคงเดินหน้าตามนโยบาย “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5 PLUS” เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล โดยมุ่งสร้างความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสหรือมีข้อร้องเรียน สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอและจังหวัด หรือสายด่วนศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง
#ปฏิบัติการล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว #ล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว #ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง #กรมการปกครอง #ปปท #กระทรวงมหาดไทย #จังหวัดพิษณุโลก #ศูนย์ดำรงธรรม