วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น. ณ สถานีตำรวจภูธรพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายกองเอกชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ ปลัดจังหวัดพิษณุโลก และพลตำรวจตรี นิคม เครือนพรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติการสกัดจับแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย หลังเจ้าหน้าที่บูรณาการกำลังหลายหน่วยงานสามารถควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาได้รวม 145 ราย พร้อมผู้นำพาชาวไทย 1 ราย และยังอยู่ระหว่างติดตามผู้หลบหนีอีกจำนวนหนึ่งในพื้นที่อำเภอพรหมพิราม
สืบเนื่องจากจังหวัดพิษณุโลกได้รับการประสานข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองทางทหาร (ขกท.) ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ว่า จะมีการลักลอบลำเลียงแรงงานต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกผ่านทางหลวงหมายเลข 11 เส้นทางพิษณุโลก–อุตรดิตถ์ โดยภายใต้การอำนวยการของผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองจังหวัดพิษณุโลก นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน สนธิกำลังร่วมกับหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ตำรวจทางหลวง กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 และร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 315 ตั้งจุดสกัดบริเวณหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงบ้านป่า ตำบลบ้านป่า อำเภอเมืองพิษณุโลก พร้อมจัดกำลังอีกส่วนซุ่มเฝ้าติดตามรถต้องสงสัยในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์
ต่อมาเวลาประมาณ 01.20 น. ของวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดติดตามพบรถต้องสงสัยใกล้ถึงจุดตรวจ แต่ได้กลับรถมุ่งหน้าไปทางจังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่จึงติดตามสกัดจับบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 256–257 ถนนทางหลวงหมายเลข 11 พื้นที่ตำบลทับยายเชียง อำเภอพรหมพิราม สามารถสกัดรถต้องสงสัยได้ 3 คัน เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ 1 คัน และรถกระบะ 2 คัน พร้อมควบคุมตัวผู้โดยสารและคนขับรวม 50 ราย เบื้องต้นพบทั้งหมดเป็นชาวเมียนมา ไม่มีเอกสารการเข้าเมืองถูกต้องตามกฎหมาย
จากการขยายผลเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบว่ามีขบวนการลักลอบขนแรงงานรวมกว่า 10 คัน ใช้จังหวัดพิษณุโลกเป็นจุดพักและเปลี่ยนถ่ายรถก่อนเดินทางต่อไปยังพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามตรวจค้นเพิ่มเติม สามารถควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวได้เพิ่มอย่างต่อเนื่อง รวมยอดล่าสุด 145 ราย เป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา 144 ราย และผู้นำพาชาวไทย 1 ราย โดยแรงงานส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 18–23 ปี เดินทางเข้ามาทางด่านแม่สาย จังหวัดเชียงราย และใช้รถยนต์ป้ายทะเบียนไทยในการลำเลียง
เบื้องต้น ผู้ต้องหาบางรายให้การรับสารภาพว่าได้รับค่าจ้างหัวละประมาณ 20,000 บาท สำหรับลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าพื้นที่ ขณะเดียวกันยังมีรายงานว่าแรงงานต่างด้าวบางส่วนได้หลบหนีกระจัดกระจายเข้าไปในพื้นที่ป่าและทุ่งนาในอำเภอพรหมพิราม ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงระดมกำลังลาดตระเวนค้นหาเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.พรหมพิราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานสำนักงานจัดหางานจังหวัดพิษณุโลกจัดหาล่ามช่วยในการสอบสวนและจัดทำประวัติผู้ต้องหา โดยเบื้องต้น ระหว่างกระบวนการดำเนินคดี การนำส่งฟ้องต่อศาล และรอผลักดันกลับประเทศต้นทาง เจ้าหน้าที่ได้จัดให้แรงงานต่างด้าวพักคอย ณ ศูนย์ประสานแผนอำเภอพรหมพิราม พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย อาหาร น้ำดื่ม และอำนวยความสะดวกตามหลักมนุษยธรรมอย่างใกล้ชิด
#จังหวัดพิษณุโลก #แรงงานต่างด้าว #สกัดจับแรงงานเถื่อน #พรหมพิราม #ปกครองพิษณุโลก #ตำรวจทางหลวง #ตชด31 #กอรมน #ข่าวพิษณุโลก #สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก