วันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่จังหวัดพิษณุโลก นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมคณะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานพลังงานจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดเขต 1–4 พิษณุโลก ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่อำเภอเมืองพิษณุโลก และอำเภอบางระกำ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรวบรวมปัญหาการจำหน่ายน้ำมันทุกประเภท ส่งให้กรมธุรกิจพลังงาน และหารือแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
จุดแรกเข้าตรวจสอบ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี ที พี ออยล์ ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก (สถานีบริการน้ำมันบางจาก) พบว่าน้ำมันดีเซลหมด เนื่องจากบริษัทกำหนดโควต้าการจัดสรรรายเดือน เมื่อจำหน่ายครบโควต้าแล้วไม่สามารถจำหน่ายเพิ่มเติมได้ ต้องรอรอบโควต้าในเดือนถัดไป ทั้งนี้ผู้ประกอบการได้ยื่นหนังสือขอเพิ่มโควต้าแล้ว อยู่ระหว่างรอการพิจารณา
จากนั้นตรวจสอบ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุริวงค์ปิโตรเลียม ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ (สถานีบริการน้ำมันพีที) พบว่ายังมีน้ำมันจำหน่าย แต่ถูกปรับลดโควต้าจากเดิมวันละ 6,000 ลิตร เหลือวันละ 3,000 ลิตร ส่งผลให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยสถานีได้จัดสรรน้ำมันสำรองให้รถบริการสาธารณะ เช่น รถพยาบาล รถตำรวจ รถเก็บขยะ และรถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นลำดับแรก พร้อมจำกัดการเติมน้ำมันดีเซลคันละ 1,000 บาท
ต่อมาตรวจสอบ บริษัท กอบชัยบางระกำปิโตรเลียม จำกัด ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ (สถานีบริการน้ำมัน ปตท.) พบว่าน้ำมันดีเซลหมดจริง และจากการตรวจสอบไม่พบการกักตุน โดยสถานีบริการต้องนำรถขนส่งน้ำมันไปรับน้ำมันจากคลังลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เนื่องจากโควต้าคลังในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกหมด ซึ่งจะได้รับน้ำมันวันละประมาณ 12,000 ลิตร และหากจำหน่ายหมดแล้วต้องรอรถขนส่งเดินทางมาส่งในรอบถัดไป ส่งผลให้ไม่สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
จากนั้นเข้าตรวจสอบ บริษัท ซัสโก้ จำกัด สาขาบางระกำ (สถานีบริการน้ำมันบางจาก บริเวณตรงข้ามโรงพยาบาลบางระกำ) พบว่าได้รับการจัดสรรน้ำมันวันละประมาณ 5,000–6,000 ลิตร และสามารถกำหนดช่วงเวลาการขนส่งได้ แต่เมื่อมีน้ำมันเข้ามาจะมีประชาชนมารอใช้บริการจำนวนมาก ส่งผลให้น้ำมันหมดภายในเวลาไม่เกิน 2–3 ชั่วโมง ไม่สามารถให้บริการได้ต่อเนื่อง
ต่อมา ห้างหุ้นส่วนจำกัดบางระกำเตียฮะ บริการ ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ (สถานีบริการน้ำมันบางจาก ตรงข้ามสำนักงานเทศบาลตำบลบางระกำ) ได้รับการจัดสรรน้ำมันในลักษณะโควต้ารายเดือน ต้องเฉลี่ยจำหน่ายวันละประมาณ 5,000–6,000 ลิตร บางวันไม่ได้รับน้ำมันเนื่องจากรถขนส่งต้องรอคิวจากคลัง ทำให้ไม่สามารถกำหนดวันเวลาได้แน่นอน หากได้รับน้ำมันจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 05.30 น. โดยมีประชาชนมารอใช้บริการตั้งแต่เวลา 02.00–03.00 น. ส่งผลให้น้ำมันดีเซลหมดภายในเวลาไม่เกิน 08.00 น.
จุดสุดท้าย บริษัท เจ.พี.พาวเวอร์ ออยล์ จำกัด ตำบลปลักแรด อำเภอบางระกำ (สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ปลักแรด) ได้รับการจัดสรรโควต้าวันละประมาณ 5,000 ลิตร และจำกัดการเติมน้ำมันดีเซลคันละ 300 บาท เมื่อจำหน่ายครบจะต้องปิดสถานีทันที โดยกลุ่มผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน
นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าปัญหาหลักเกิดจากการจำกัดโควต้าการจัดสรรน้ำมันของแต่ละบริษัท รวมถึงข้อจำกัดด้านการขนส่งน้ำมันจากคลังต่างพื้นที่ ส่งผลให้สถานีบริการไม่สามารถจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง จังหวัดจะเร่งรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อพิจารณาปรับเพิ่มโควต้าในพื้นที่ที่มีความต้องการสูง โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรมและการขนส่ง
ทั้งนี้ ในพื้นที่อำเภอบางระกำ ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต เกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้น้ำมันสำหรับเครื่องจักรกลการเกษตร เช่น รถเกี่ยวข้าว เป็นจำนวนมาก หากไม่ได้รับการจัดสรรน้ำมันอย่างเพียงพอ อาจส่งผลกระทบต่อการเก็บเกี่ยวและทำให้ผลผลิตเกิดความเสียหายได้
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำให้สถานีบริการน้ำมันบริหารจัดการการจำหน่ายอย่างเป็นธรรม จัดลำดับความสำคัญให้กลุ่มจำเป็น เช่น ภาคการแพทย์ ความปลอดภัย และภาคเกษตร รวมถึงขอความร่วมมือให้ติดป้ายแจ้งช่วงเวลาการให้บริการอย่างชัดเจน และรายงานสถานการณ์น้ำมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนรับทราบได้อย่างถูกต้อง ลดความสับสนและความตื่นตระหนกในพื้นที่
#พิษณุโลก
#สถานการณ์น้ำมัน
#น้ำมันดีเซล
#เกษตรกร
#รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก
#พลังงาน
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก