สปสช.เขต 2 พิษณุโลก ย้ำนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ สุขภาพดี เริ่มที่ใกล้บ้าน เพิ่มการเข้าถึงผู้ป่วยรายใหม่ ไม่เคยใช้สิทธิบัตรทองเข้าระบบ ขณะที่คนพิษณุโลกหลัง Kick Off ทั่วประเทศ ใช้บริการสูงสุด 3 อันดับแรกที่คลินิกพยาบาล-ร้านยา-แพทย์
วันที่ 22 มกราคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 101 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 2 พิษณุโลก ทพ.สันติ ศิริวัฒนไพศาล ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 2 พิษณุโลก เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงสื่อมวลชนเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ โดยเป็นการสื่อสารแก่สื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ภายหลังดำเนินงานระยะที่ 4 ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ วันที่ 1 มกราคม 2568 ที่สามารถเข้ารับบริการได้ทุกเครือข่ายทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 2 พิษณุโลก เปิดเผยว่า เจตนารมณ์สำคัญของนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ เป็นนโยบายรัฐบาลในการยกระดับ 30 บาท เพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชน โดยใช้ระบบดิจิตอลสุขภาพ "บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่" และเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนในการเข้ารับบริการในสถานบริการต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง โดยเฉพาะการเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน ไม่ต้องไปรอคิวนานที่โรงพยาบาล สามารถเข้ารับบริการที่หน่วยบริการนวัตกรรมหรือคลินิกเอกชน 7 ประเภท ได้แก่ คลินิกเวชกรรม คลินิก การพยาบาลและการผดุงครรภ์ คลินิกทันตกรรม คลินิกแพทย์แผนไทย คลินิกเทคนิคการแพทย์ คลินิกกายภาพบำบัด และร้านยา ที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการกับ สปสช. พื้นที่รับผิดชอบของ สปสช.เขต 2 พิษณุโลก มี 5 จังหวัด ได้แก่ จ.พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ ในส่วนของจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นจังหวัดนำร่องดำเนินงานในระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 ภาพรวม 5 จังหวัด มีคลินิกเอกชนขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการกับ สปสช. จำนวนทั้งสิ้น 834 แห่ง สูงสุดคือ คลินิกพยาบาล จำนวน 434 แห่ง ร้านยา 189 แห่ง คลินิกทันตกรรม 75 แห่ง คลินิกเวชกรรม 56 แห่ง คลินิกแพทย์แผนไทย 47 แห่ง คลินิกกายภาพบำบัด 21 แห่ง และคลินิกเทคนิคการแพทย์ 12 แห่ง
นอกจากนี้ โรคที่เข้ารับบริการมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ โรคไข้หวัด ปวดกล้ามเนื้อ อาการมึนเวียนศีรษะ โรคกระเพาะอาหาร/อาหารไม่ย่อย การเย็บแผลและตัดไหม จังหวัดพิษณุโลก Kick Off พร้อมกับทั่วประเทศเมื่อ 1 มกราคม 2568 ที่ผ่านมามีคลินิกเอกชนขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการกับ สปสช. จำนวน 193 แห่ง แบ่งเป็น ร้านยา จำนวน 64 แห่ง คลินิกพยาบาล จำนวน 60 แห่ง คลินิกทันตกรรม จำนวน 32 แห่ง คลินิกเวชกรรม จำนวน 17 แห่ง คลินิกกายภาพบำบัด จำนวน 9 แห่ง คลินิกแพทย์แผนไทย จำนวน 8 แห่ง และคลินิกเทคนิคการแพทย์ จำนวน 3 แห่ง คลินิกทีประชาชนเข้ารับบริการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ คลินิกพยาบาล จำนวน 9,194 คน จำนวนบริการ 10,496 ครั้ง, ร้านยา จำนวน 3,542 คน จำนวนบริการ 3,827 ครั้ง, คลินิกแพทย์ จำนวน 639 คน จำนวนบริการ 690 ครั้ง โครงการมีการประเมินผลเป็นระยะ พบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ประชาชนมีความพึงพอใจมาก ร้อยละ 98 ให้เหตุผลเรื่องความสะดวกการรับบริการในช่วงเวลาหลังเลิกงานได้ ไม่เสียค่าใช้จ่าย และไม่ต้องรอคิวนาน เน้นย้ำโดยเฉพาะการทำฟันจากเดิมต้องรอคิวนานที่โรงพยาบาล ก็สามารถรับบริการได้ที่คลินิกเอกชน สังเกตป้ายสัญลักษณ์สีแดง 30 บาทรักษาทุกที่หน้าคลินิกและแสดงบัตรประชาชนให้กับเจ้าหน้าที่ ก็จะไม่เสียค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 2 พิษณุโลก กำชับให้สื่อมวลชนกระจายข่าวสร้างการรับรู้ให้ประชาชน “ต้องไม่ให้บัตรประชาชนกับผู้อื่น เพราะเสี่ยงต่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์โดยมิชอบ หรือเป็นช่องทางเบิกจ่ายไม่ตรงไปตรงมาได้” หากประชาชนพบเห็นการเก็บบัตรประชาชน โดยที่เจ้าของบัตรไม่ได้ไปใช้บริการเอง หรือสอบถามหน่วยบริการเข้าร่วมโครงการใกล้บ้าน มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์บัตรทอง 30 บาทด้านอื่นๆ ติดต่อได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เสียค่าบริการโทรออก